คำศัพท์ในการสมัครงาน

คำศัพท์ที่ควรรู้ในการสมัครงาน
คำสํพท์ แบ่งออกเป็น 3 ชุด คือ
1. คำศัพท์ที่ใช้ในการกรอกใบสมัครงาน
2. คำศัพท์ที่ใช้ในการสัมภาษณ์งาน
3. คำศัพท์เกี่ยวกับอาชีพต่างๆ
คำศัพท์ที่ใช้ในการกรอกใบสมัครงาน
Applicant / Candidate ผู้สมัครงาน
Application Form ใบสมัครงาน
Application Letter จดหมายสมัครงาน
Applicant signature ลายเซ็นผู้สมัคร
Birth Certificate สูติบัตร
Buddhism ศาสนาพุทธ
Certificate degree obtained ประกาศนียบัตรหรือ ปริญญาที่ได้รับ
Christian ศาสนาคริสต์
Confidential เป็นความลับ
Date of Birth วันเดือนปีเกิด
Degree Certificate ใบปริญญาบัตร
Dependent ผู้อยู่ในอุปการะ
Divorce หย่าร้าง
Domicile ภูมิลำเนา
Equivalent qualification คุณวุฒิเทียบเท่า
Exempted Through Military Drawing Ballot จับได้ใบดำ
Experience / Previoous employment ประสบการณ์การทำงาน
Expert in เชี่ยวชาญในด้าน
Extra-curricular Activities กิจกรรมนอกหลักสูตร
Guarantor ผู้ค้ำประกัน
Height ความสูง
Higher Vocational Certificate ปวส.
Home Registration ทะเบียนบ้าน
Identification Card บัตรประชาชน
Islam ศาสนาอิสลาม
Issued by ออกให้โดย
Letter of Recommendation หรือ Testimonail หรือ Employment Certificate หนังสือรับรองการทำงาน
Marriage Certificate ทะเบียนสมรส
Married แต่งงานแล้ว
Marital status สถานภาพทางการสมรส
Military Discharge Letter หรือ Certificatte of exemption from military service ใบปลดประจำการทหาร
Military status สถานภาพทางทหาร
Nationality สัญชาติ
Negotiable ต่อรองได้
No Military Service Obligation ไม่มีพันธะทางทหาร
Pasition applied for / Position desired ตำแหน่งที่สมัคร
Passed away / Deceased ตาย
Permanent Address ที่อยู่ถาวร
Person to notify in case of emergency ผู้ที่จะติดต่อในกรณีเกิด อุบัติเหตุฉุกเฉิน
Photo attached here ติดรูปถ่ายที่นี่
Present Address ที่อยู่ปัจจุบัน
Race เชื้อชาติ
References / Referee บุคคลอ้างอิง
Religion ศาสนา
Reserved Officers’ Training CorpCourse (R.O.T.C.) หลักสูตร ร.ด.
Salary expected เงินเดือนที่ต้องการ
Self-employed ทำงานส่วนตัว
Seminars and special traning courses การสัมมนาและการฝึกอบรมหลักสูตรพิเศษ
Sex เพศ
Single โสด
Special skills ความชำนาญพิเศษ
Spouse คู่สมรส
Transcript / Statement of Marks ใบแสดงผลการเรียน
To be completed in own handwriting เขียนใบสมัครด้วยลายมือตนเอง
Vocational Certificate ปวช
Weight น้ำหนัก
Widowed เป็นหม้าย
คำศัพท์ที่ใช้ในการสัมภาษณ์
ability (n.) ความสามารถ
accomplishment (n.) ความสำเร็จ
accustomed (adj) เคยชิน
aim (n.) จุดมุ่งหมาย
affairs (n.) เรื่องราว
aggressive (adj.) ก้าวร้าว
alert (n.) ตื่นตัว
argument (n.) การโต้เถียง
aspects (n) แง่มุม
association (n.) สมาคม
avoid (v.) หลีกเลี่ยง
capability (n.) ความสามารถ
challenges (v.) ท้าทาย
charity (n.) การกุศล
circumstances (n.) เหตุการณ์
concern (v.) เกี่ยวข้อง
conflicts (n.) ความขัดแย้ง
confront (v.) เผชิญหน้า
consider (v.) พิจารณา
cope (v.) รับมือ,ต่อสู้
convicted (v.) ถูกลงโทษ
conviction(n.) ความมั่นใจ
crime (n.) อาชญากรรม
criticism (n.) การวิจารณ์
dealing (v.) การติดต่อ,ความสัมพันธ์
deepens (v.) ทำให้คม, ลึก
deficiencies (n.) ความบกพร่อง
demands (v.) ต้องการ
demonstrate(v.) แสดงให้เห็น
describe (v.) อธิบาย
determined (v.) ตั้งใจ, ตัดสิน
difficult (adj.) ยาก,ลำบาก
disagree (v.) ไม่เห็นด้วย
dismissed (v.) ปลด
employed (v.) ว่าจ้าง
enhance (v.) เพิ่มพูน,ส่งเสริม
enthusiatic (adj.) กระตือรือร้น
equal (adj.) เท่าเทียมกัน
exercise (v.) ใช้ (สิทธิ) ประกอบ(อาชีพ)
expect (v.) คาดหวัง
expenditure (n.) ค่าใช้จ่าย
experiences (n.) ประสบการณ์
find out (v.) พบ
framework (n.) ขอบข่ายงาน
gain (v.) ได้รับ
general election (n.) การเลือกตั้งทั่วไป
graduate (v.) ได้รับปริญญา
handle (v.) จัดการ
happen (v.) เกิดขึ้น
illness (n.) การเจ็บป่วย
improves (v.) ปรับปรุง
income (n.) รายได้
influenced (v.) มีอิทธิพล
involved (v.) เกี่ยวข้อง
job placement agencies (n.) สำนักงานจัดหางาน
job vacancies (v.) ตำแหน่งงานที่ว่าง
limitation (n.) ข้อจำกัด
manage (v.) จัดการ,ดูแล
minor (adj.) เล็กน้อย
moody (adj.) อารมณ์เสีย
need (v.) ต้องการ
nervous (adj.) ประหม่า
occasion (n.) โอกาส
operate (v.) ใช้, ปฏิบัติการ
opinion (n.) ความคิดเห็น
overseas (adj.) ต่างประเทศ
Parliament (n.) รัฐสภา
patience (v.) ความอดทน
permanent (adj.) มั่นคง
political (adj.) การเมือง
prefer ( v.) ชอบ
previous (adj.) ก่อนหน้านี้
pride (n.) ความภูมิใจ
probation period (n.) ระยะเวลาทดลองงาน
purposes (n.) ความประสงค์
qualifications (n.) คุณสมบัติ
reason (n.) เหตุผล
reject (v.) ปฏิเสธ
repetitive (adj.) ซ้ำ
reputation (n.) ชื่อเสียง
requires (v.) ต้องการ
responsible (adj.) รับผิดชอบ
result (n.) ผล
role (n.) บทบาท
security (n.) ความปลอดภัย
self-employed (v.) ทำงานของตัวเอง
separation (n.) การแยก
serious (adj.) รุนแรง, หนัก
social (adj.) สังคม
share (v.) แบ่ง
strategy (n.) กลยุทธ์
strengh( n.) จุดเด่น
submit (v.) ยื่น
successful (adj) ประสบผลสำเร็จ
suited (v.) เหมาะสม
survive (v.) อยู่รอด
tension ( n.) ความตึงเครียด
the cost of living (n.) ค่าครองชีพ
the hardest (adj.) ยุ่งยากที่สุด
the rest (n.) ส่วนที่เหลือ
thrive (v.) เจริญ,ก้าวหน้า
traffic (n.) การจราจร
upcountry (n.) ชนบท
violation (n.) การละเมิด
voting-right (n) สิทธิออกคะแนนเสียง
widen (v.) ขยายให้กว้าง,ขยายออก
well-established (adj.) มั่นคง

คำศัพท์เกี่ยวกับอาชีพต่าง ๆ
Actor นักแสดงชาย
Actress นักแสดงหญิง
Accountant สมุห์บัญชี
Archeologist นักโบราณคดี
Artist จิตรกร
Architecture สถาปนิก
Auditor ผู้ตรวจสอบบัญชี
Author นักประพันธ์
Air-hostess พนักงานต้อนรับหญิงบนเครื่องบิน
Announcer โฆษก
Agriculturist กสิกร
Banker นายธนาคาร
Barrister เนติบัณฑิต
Book-keeper พนักงานทำบัญชี
Bartender พนักงานประจำบาร์
Bill collector คนเก็บเงิน
Biologist นักชีววิทยา
Botanist นักพฤกษศาสตร์
Broker นายหน้า
Businessman นักธุรกิจชาย
Businesswoman นักธุรกิจหญิง
Camera man ช่างถ่ายภาพ
Cashier คนรับจ่ายเงิน
Cobbler ช่างซ่อมรองเท้า
Cook คนทำครัว
Chauffeur คนขับรถ
Chemist นักเคมี
Contractor ผู้รับเหมา
Composer นักแต่งเพลง
Correspondent ผู้ตอบโต้จดหมาย, ผู้สื่อข่าว
Clerk เสมียน
Decorator ช่างแต่งบ้าน
Dentist ทันตแพทย์
Detective นักสืบ
Doctor แพทย์
Diplomat นักการฑูต
Dressmaker ช่างตัดเสื้อสตรี
Draftsman คนวาดภาพหรือออกแบบ
Driver คนขับรถ
Editor บรรณาธิการ
Electrician ช่างไฟฟ้า
Export officer เจ้าหน้าที่ส่งออก
Foreman หัวหน้าคนงาน
Gardener คนทำสวน
Geographer นักภูมิศาสตร์
Government officer ข้าราชการ
Graphic designer นักออกแบบ
Guide มัคคุเทศก์
Hair-dresser ช่างแต่งผมสตรี
Inspector ผู้ตรวจการ
Interpreter ล่าม
Jeweller คนขายเพชรพลอย
Janitor ภารโรง
Journalist นักหนังสือพิมพ์
Labourer, Laborer กรรมกร
Lawyer ทนายความ
Messenger คนส่งเอกสาร
Merchant พ่อค้า
Model นางแบบ
Nurse นางพยาบาล
Novelist นักแต่งนิยาย
Oculist จักษุแพทย์
Programmer นักเขียนโปรแกรม
Photographer ช่างภาพ
Policeman เจ้าหน้าที่ตำรวจ
Reporter ผู้สื่อข่าว
Receptionist พนักงานต้อนรับ
Researcher นักวิจัย
Selesman พนักงานขายของ
Scientist นักวิทยาศาสตร์
Secretary เลขา
Security officer เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
Shipping clerk เสมียนออกของ
Singer นักร้อง
School master ครูชาย
School mistress ครูหญิง
Shoe maker ช่างทำรองเท้า
Shop keeper เจ้าของร้าน
Supervisor ผู้ตรวจการ
Surveyor ช่างสำรวจ
Sport man นักกีฬา
Stenographer นักเขียนชวเลข
Surgeon ศัลยแพทย์
Tailor ช่างตัดเสื้อชาย
Telephone operator พนักงานตอบรับโทรศัพท์
Technician ช่างเทคนิค
Trader พ่อค้า
Translator พนักงานแปล
Waiter พนักงานเสิร์ฟอาหารชาย
Waitress พนักงานเสิร์ฟอาหารหญิง
Writer นักเขียน

ซีอีโอกูเกิลเชื่อ หนังสือพิมพ์ยังขายโฆษณาได้

ท่ามกลางวิกฤติขาลงของเม็ดเงินโฆษณาในสื่อสิ่งพิมพ์ ซีอีโอมือทองของกูเกิลแสดงวิสัยทัศน์ต่อวงการหนังสือพิมพ์สหรัฐฯ ว่ายังเห็นโอกาสทำเงินจากการโฆษณาในธุรกิจหนังสือพิมพ์ แต่จะต้องหาทางพลิกแพลงเพื่อจับกลุ่มตลาดไว้ให้ได้ แถมบอกว่าเว็บไซต์มากมายตั้งแต่เว็บไซต์สุขภาพ ไปจนถึงสารานุกรมออนไลน์อย่างวิกิพีเดีย (Wikipedia) ซึ่งเปิดให้ผู้อ่านสามารถเรียบเรียง เผยแพร่ และแก้ไขเรื่องราวในสารานุกรมได้อย่างเสรี ล้วนสามารถทำเงินจากการโฆษณาได้ทั้งสิ้น แม้จะอยู่ในยุคเศรษฐกิจฝืดเคืองก็ตาม

ในส่วนของธุรกิจหนังสือพิมพ์ อิริก ชมิดท์ (Eric Schmidt) ซีอีโอกูเกิลนั้นไม่ได้ระบุว่าจะต้องพลิกแพลงแบบใด แต่จุดประกายให้สำนักพิมพ์พุ่งความสนใจที่การประยุกต์เทคโนโลยีเคลื่อนที่ และพัฒนารูปแบบในการนำเสนอข่าวสารแบบใหม่ให้มากขึ้น

ชมิดท์ให้ความเห็นว่า ช่องทางรายได้การเก็บค่าบริการจากสมาชิกหนังสือพิมพ์ยังสามารถอยู่ได้ เช่นเดียวกับการลดต้นทุนสำนักพิมพ์ด้วยการว่าจ้างผู้สื่อข่าวแบบอิสระ (จ่ายเงินตามจำนวนข่าว) แต่รายได้หลักจะยังคงต้องมาจากโฆษณา ซึ่งเป็นแหล่งรายได้กว่า 98 เปอร์เซ็นต์ของกูเกิลเช่นกัน

ชมิดท์ เชื่อว่า หนังสือพิมพ์จะต้องแก้ไขจุดอ่อนที่มีอยู่จึงจะสามารถเลี้ยงตัวเองด้วยเงิน โฆษณาได้ อาจจะต้องพัฒนาเทคโนโลยีใหม่เพื่อให้การรับข่าวจากเว็บไซต์ข่าวมีความกระชับ และรวดเร็ว บนโจทย์ว่าเทคโนโลยีการอ่านข่าวบนอุปกรณ์พกพาอย่างโทรศัพท์มือถือ จะต้องสร้างความน่าพึงพอใจเหมือนการอ่านจากเล่มนิตยสารและกระดาษหนังสือ พิมพ์

ชมิดท์ถ่ายทอดวิสัยทัศน์เหล่านี้ในงานประชุมประจำปีของสมาคมผู้ ประกอบการหนังสือพิมพ์อเมริกา (Newspaper Association of America) ซึ่งบางส่วนทนวิกฤติไม่ไหวจนต้องหาทางเปิดตลาดโฆษณาออนไลน์อย่างจริงจังด้วย การเปิดให้อ่านข่าวได้ฟรีผ่านทางออนไลน์

ซิสโก้พร้อมขายเซิร์ฟเวอร์

ซิสโก้ซิสเต็มส์ (Cisco Systems) เตรียมท้าทายอดีตพันธมิตรซี้ย่ำปึ้กอย่างเอชพี (Hewlett-Packard) และไอบีเอ็ม (IBM) ด้วยการประกาศพร้อมเปิดสายการผลิตคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์แบรนด์ตัวเอง เสริมแกร่งระบบประมวลผลข้อมูลไร้รอยต่อหรือ Unified Computing System (UCS) ของซิสโก้ให้ครบวงจร หลังจากครองเฉพาะตลาดเครือข่ายข้อมูลอย่างเดียวมานาน

จอห์น ชามเบอร์ส (John Chambers) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารซิสโกเป็นผู้ประกาศรายละเอียดแผนการเข้าสู่สังเวียน เซิร์ฟเวอร์ ว่าการสร้างเบลดเซิร์ฟเวอร์ด้วยตัวเองของซิสโก้ในครั้งนี้คือส่วนหนึ่งของ การพัฒนาระบบประมวลผลหนึ่งเดียวหรือ UCS ของค่าย ซึ่งจะจำหน่ายเป็นแพคเก็จบนจุดประสงค์เพื่อสร้างรูปแบบศูนย์กลางข้อมูลหรือ แพลตฟอร์มดาต้าเซ็นเตอร์ยุคหน้า ที่องค์กรจะสามารถใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นแต่มีค่าใช้จ่ายที่ถูกลง

” เรามีความสนใจน้อยมากในตลาดผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์ แต่เราเดินตามรอยความคิดที่ว่า จะทำอย่างไรให้ระบบคอมพิวเตอร์ทั้งหมดสามารถรวมเป็นหนึ่งเดียวได้” สอดคล้องกับที่มาริโอ มาซโซลา (Mario Mazzola) รองประธานอาวุโสฝ่ายธุรกิจเวอร์ซวลไลเซชันและเซอร์ฟเวอร์ของซิสโก้ ระบุว่าเพราะซิสโก้ต้องการสร้างระบบการทำงานเสมือนแบบครบวงจร ซิสโก้จึงตัดสินใจสร้างเซิร์ฟเวอร์ของตัวเองขึ้นมา

ที่ผ่านมา ซิสโก้นั้นเป็นที่รู้จักในฐานะผู้จำหน่ายอุปกรณ์เครือข่ายข้อมูลคอมพิวเตอร์ เช่น เราเตอร์ และสวิตช์ สำหรับเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตหรือเชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอร์ภายในองค์กร ซึ่งในขณะนี้ ซิสโก้ได้ร่วมมือกับบริษัทซอฟต์แวร์อย่างไมโครซอฟท์ (Microsoft), แอคเซนเจอร์ (Accenture), วีเอ็มแวร์ (VMware), บีเอ็มซีซอฟต์แวร์ (BMC Software) และอีเอ็มซี (EMC) แล้ว เพื่อดำเนินตามนโยบาย UCS ให้ซอฟต์แวร์เหล่านี้สามารถทำงานร่วมกันได้แบบเสมือน

ซิ สโก้ไม่ได้ระบุว่าจะเริ่มทำตลาดชุดระบบ UCS พร้อมเซิร์ฟเวอร์เมื่อใด แต่คุยฟุ้งว่าระบบการทำงานเสมือนในชุดแพคเก็จ UCS ครบวงจรของซิสโก้นั้นช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานศูนย์กลางข้อมูลลงราว 20 เปอร์เซ็นต์ และลดต้นทุนด้านการปฏิบัติการอีกราว 30 เปอร์เซ็นต์ จะมาในรูปเบลดหรือเซิร์ฟเวอร์ตัวบางที่ใช้ชิปอินเทล ซึ่งเอชพีครองตลาดเบอร์หนึ่ง และไอบีเอ็มครองตลาดเบอร์สอง

แม้ซีอีโอซิสโก้จะให้สัมภาษณ์ต่อวอลล์สตรีทเจอร์นอลว่า ซิสโก้ไม่ได้หวังผลิตคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์มาแข่งขันกับเอชพีหรือไอบีเอ็ม แต่สื่อต่างประเทศเชื่อว่าความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นจะทำให้ซิสโก้และเอชพี จะเป็นทั้งมิตรและศัตรูในคราวเดียวกัน เนื่องจากเอชพีเองก็เริ่มไม่ได้ผลิตเฉพาะเซิร์ฟเวอร์ แต่ได้พัฒนาอุปกรณ์เครือข่ายเพื่อสร้างระบบ UCS แบบครบวงจรของตัวเองแล้วเช่นกันในชื่อ Adaptive Infrastructure

ชามเบอร์สกล่าวด้วยว่าความเคลื่อนไหวเรื่องผลิตภัณฑ์ระบบ UCS ครบชุดนี้คือก้าวสำคัญที่สุดของซิสโก้นับตั้งแต่ซิสโก้เริ่มพ่วงผลิตภัณฑ์ สวิตช์ลงในเราเตอร์ หลังจากบริษัทตัดสินใจควบรวมบริษัท Crescendo Communications ในปี 1993 เนื่องจากเป็นการตัดสินใจสร้างผลิตภัณฑ์ด้วยตัวเอง ไม่ใช่การเพิ่มไลน์ผลิตภัณฑ์จากการซื้อบริษัทอื่นๆอย่างที่เกิดขึ้นตลอดช่วง สิบกว่าปีที่ผ่านมา

นักวิเคราะห์ไอดีซีเชื่อว่า ซิสโก้ไม่ได้มุ่งหวังเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดเซิร์ฟเวอร์ทั่วโลก แต่จะเน้นตลาดเฉพาะกลุ่มซึ่งเป็นองค์กรขนาดใหญ่มากๆ เช่น ธนาคาร ภาครัฐ และบริษัทโทรคมนาคมที่ต้องการศูนย์กลางข้อมูลสำหรับเก็บบันทึก-เข้าถึง ข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ ต้องการความสามารถในการรันเว็บเพจขนาดใหญ่จำนวนมหาศาล หรือการส่งภาพยนตร์จำนวนมากไปรันบนคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือ ซึ่งการสำรวจพบว่าตลาดดังกล่าวมีมูลค่าราว 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อปี

เอ ชพีไม่วายเกทับความเคลื่อนไหวครั้งนี้ของซิสโก้ โดย Jim Ganthier รองประธานฝ่ายการตลาดและผลิตภัณฑ์สตอเรจและเซิร์ฟเวอร์องค์กร ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเอพีว่า ภาพที่ซิสโก้เตรียมวาดไว้ในอนาคตนั้น เอชพีได้วาดเสร็จและพร้อมส่งมอบแล้วในวันนี้ แถมบอกว่าการสร้างเซิร์ฟเวอร์นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องประกอบด้วยความตั้งใจระยะยาวในการลงทุนเพื่อพัฒนาต่อเนื่อง

20 ขวบ”เวิลด์ไวด์เว็บ” ผู้ก่อตั้งหวั่นเรื่องสอดแนมมากที่สุด

“ทิม เบอร์เนอร์ส-ลี” ผู้ให้กำเนิดแนวคิด www หรือเวิลด์ไวด์เว็บ (World Wide Web) กล่าวในงานฉลองครบรอบ 20 ปี www เมื่อวันที่ 13 มี.ค. 52 ณ โกลบ ออฟ ไซน์ แอนด์ อินโนเวชั่น (Globe of Science and Innovation) ที่เซิร์น สวิตเซอร์แลนด์ ว่านักท่องอินเทอร์เน็ตทุกคนกำลังมีความเสี่ยงในการถูกรัฐบาลและองค์กรทั่ว ไปติดตามสอดแนมประวัติการใช้งานเว็บไซต์มากขึ้น ระบุว่านี่คือเรื่องสำคัญที่นักท่องเน็ตทุกคนควรหลีกเลี่ยง ไม่ได้พูดถึงองค์กรใดเป็นพิเศษแต่หลายเสียงมองว่าสิ่งที่เบอร์เนอร์ส-ลีพูด พาดพิงถึงกูเกิล

Tim Berners-Lee ประธาน W3C ผู้ได้รับการยอมรับว่าเป็นบิดาของ www

Tim Berners-Lee ประธาน W3C ผู้ได้รับการยอมรับว่าเป็นบิดาของ www

ในงานฉลอง 20 ปี www ที่องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศในทวีปยุโรปเพื่อวิจัยและพัฒนานิวเคลียร์ หรือเซิร์น (European Center for Nuclear Research: CERN) จัดขึ้นที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทิม เบอร์เนอร์ส-ลี (Tim Berners-Lee) ประธานองค์กรความร่วมมือเวิลด์ไวด์เว็บหรือ World Wide Web Consortium (W3C) แสดงความกังวลในเทคโนโลยีระบบการทำงานใหม่ซึ่งถูกพัฒนาให้สามารถบอกราย ละเอียดกิจกรรมออนไลน์ของผู้ใช้แต่ละคน เพื่อสร้างเป็นประวัติส่วนตัวของผู้ใช้ได้โดยอัตโนมัติ เท่ากับการรุกรานข้อมูลส่วนตัวที่วิ่งบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเช่นนี้ เป็นหนึ่งในสิ่งที่เบอร์เนอร์ส-ลีกังวลมากที่สุดในฐานะผู้ก่อตั้งเส้นทางอิน เทอร์เน็ตอย่าง www

“การสอดแนมลักษณะนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องหลีกเลี่ยง” ศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ชาวอังกฤษกล่าว โดยบอกว่าหนึ่งในความท้าทายที่สำคัญที่สุดของโลกอินเทอร์เน็ตคือการสร้าง ความมั่นใจว่า ข้อมูลบนโลกออนไลน์นั้นถูกนำไปใช้ตามจุดประสงค์ที่เจ้าของข้อมูลยินยอมและ สมัครใจ

แม้ไม่ได้ระบุชื่อกูเกิล (Google) ยักษ์ใหญ่บริษัทโฆษณาออนไลน์สัญชาติอเมริกัน แต่หลายคนอดไม่ได้ที่จะนำสิ่งที่เบอร์เนอร์ส-ลีพูดถึง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีระบบการทำงานใหม่ที่เขาระบุว่าสามารถตัดสินใจว่าใครควรจะ ชมคอนเทนท์ใดบนเว็บได้อย่างง่ายดาย มาเชื่อมโยงกับระบบโฆษณาใหม่ของกูเกิล โดยกูเกิลนั้นเพิ่งเริ่มทดสอบระบบโฆษณาใหม่ในชื่อ “interest-based advertising” เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เป็นระบบโฆษณาที่ถูกออกแบบมาให้สามารถบันทึกประวัติการใช้งานอินเทอร์เน็ต ของผู้ใช้แต่ละคน เพื่อประมวลออกมาเป็นข้อมูลความสนใจ สำหรับนำไปใช้ในการเลือกโฆษณาที่เหมาะสมกับผู้ใช้รายนั้นๆ

นอกจากระบบอัตโนมัติ เบอร์เนอร์ส-ลียังพูดถึงความนิยมในการใช้แอปพลิเคชันฟรีบนอินเทอร์เน็ตหรือ คลาวด์เซอร์วิส (cloud service) ที่เพิ่มมากขึ้น ว่ายิ่งทำให้ข้อมูลส่วนตัวที่เก็บบนอินเทอร์เน็ตมีโอกาสรั่วไหลยิ่งขึ้น จุดนี้เบอร์เนอร์ส-ลีย้ำว่าภาครัฐควรเข้ามามีส่วนร่วมในการสอดส่องดูแลโลกออ นไลน์เพื่อป้องกันการนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ในทางที่ผิด ท่ามกลางเทคโนโลยีบนโลก www ที่เบอร์เนอร์ส-ลีเชื่อว่าจะมีการพัฒนาที่รวดเร็วขึ้นอีก

” การพัฒนาเว็บนั้นยังไม่สิ้นสุด ผมมั่นใจว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ที่จะเขย่าโลกอย่างที่ไม่เคยเป็นมา ก่อน” เบอร์เนอร์-ลีเชื่อว่าความเปลี่ยนแปลงนั้นคือการเชื่อมโยงข้อมูลแบบใหม่ ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อระบบคอมพิวเตอร์สามารถวิเคราะห์ข้อมูลในแต่ละบิตได้เอง ไม่ใช่การวิเคราะห์เว็บเพจที่ถูกเปิดใช้งานอย่างที่เป็นในปัจจุบัน

เบอร์เนอร์ส-ลีอธิบายว่า สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับโลกอินเทอร์เน็ตในอนาคตคือผู้ใช้จะสามารถเชื่อมข้อมูล ที่มีลักษณะคล้ายกันเพื่อนำไปคำนวณหรือจัดวางสำหรับวิเคราะห์และใช้ประโยชน์ ได้แบบทันทีทันใด นักเรียนนักศึกษาจะสามารถดึงข้อมูลจากสถาบันวิจัย ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงข้อมูลภาครัฐ และนักลงทุนสามารถนำข้อมูลในเอกสารประชาสัมพันธ์มาพล็อตเป็นกราฟได้อย่างมี ประสิทธิภาพเหนือกว่าเดิม

พัฒนาการเหล่านี้เบอร์เนอร์ส-ลีเรียกว่า Semantic Web หากแปลตรงตัว Semantic จะมีความหมายว่าการศึกษาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงความหมายของคำหรือสัญลักษณ์ และเป็นคำที่บริษัทไอทีมากมายเชื่อว่านี่คือทิศทางของโลก Web 3.0 ในอนาคต

เบอร์ เนอร์ส-ลีเชื่อว่า อนาคตของโลกเวิลด์ไวด์เว็บจะอยู่บนโทรศัพท์มือถือ ซึ่งปัจจุบันเบราว์เซอร์บนโทรศัพท์มือถือนั้นมีจำนวนให้เลือกใช้งานมากกว่า คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กแล้ว

“นี่คือสิ่งที่จะน่าตื่นเต้นมากในประเทศกำลังพัฒนา เพราะโทรศัพท์มือถือคือเป็นช่องทางเดียวที่ทำให้ประชากรจำนวนมากสามารถเข้า ถึงอินเทอร์เน็ตอย่างทั่วถึง”

จุด กำเนิดของ www ถูกบันทึกว่าเริ่มต้นขึ้นเมื่อเบอร์เนอร์ส-ลีเขียนโครงการส่งหัวหน้าหน่วย วิจัย CERN ในเดือนมีนาคม 1989 เป็นโครงการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างนักวิทยาศาสตร์ในทวีปยุโรป โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ CERN ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยทางนิวเคลียร์ฟิสิกส์ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์โดยใช้ระบบ ไฮเปอร์เท็กซ์ ก่อนจะเริ่มทดสอบโปรแกรมต้นแบบที่พัฒนาขึ้นเพื่อรันบนคอมพิวเตอร์ NeXT ซึ่งเป็นพื้นฐานของระบบปฏิบัติการ OS X Macintosh ของแอปเปิล

ปีต่อมา เบอร์เนอร์ส-ลีใช้เวลา 2 เดือนในการพัฒนาซอฟต์แวร์ซึ่งสามารถเปิดให้ผู้ใช้แบ่งปันข้อมูลระหว่างกัน ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตโดยใช้ชื่อเรียกเครือข่ายนี้ว่า World Wide Web ชื่อเครือข่ายใยแมงมุมทั่วโลกดังกล่าวเป็นที่รู้จักในวงกว้างช่วงปี 1991 และได้รับการพัฒนาเรื่อยมาจากหน่วยงานบริษัทไอที จนแพร่หลายไปในวงกว้างขึ้นเรื่อยๆเช่นในปัจจุบัน